ประวัติของคีย์บอร์ด
1.ทำความรู้จักกับเครื่องดนตรีของคุณ. ไม่ว่าคุณอยากจะเป็นนักเปียโนออกคอนเสิร์ตหรือแค่มือคีย์บอร์ดในวงร็อค
คุณก็ต้องเริ่มจากพื้นฐานเดียวกัน
คุณก็ต้องเริ่มจากพื้นฐานเดียวกัน
2.รู้จักคำศัพท์. เครื่องดนตรีมีชื่อเรียกหลายอย่างและมีหลากหลายชนิดซึ่งต่างก็มีสิ่งหนึ่งที่ใช้ร่วมกัน
ลองมาดูประวัติของคีย์บอร์ดแบบฉบับย่อกัน
ลองมาดูประวัติของคีย์บอร์ดแบบฉบับย่อกัน
·
ฮาร์ปซิคอร์ด (Harpsichord) นี่เป็นคีย์บอร์ดรุ่นแรกสุดรุ่นหนึ่ง
เล่นให้เกิดเสียงได้ด้วยการเกาสายแบบเดียวกับที่นักกีตาร์ทำ เว้นเสียแต่ว่าตัวปิ๊กนั้นติดอยู่กับคีย์
ไม่ว่าคุณจะเล่นหนักหรือเบานั้นไม่สำคัญ เสียงที่ได้จะไม่มีความดังเบาแตกต่างกันและจะดังเท่ากันตลอด
เล่นให้เกิดเสียงได้ด้วยการเกาสายแบบเดียวกับที่นักกีตาร์ทำ เว้นเสียแต่ว่าตัวปิ๊กนั้นติดอยู่กับคีย์
ไม่ว่าคุณจะเล่นหนักหรือเบานั้นไม่สำคัญ เสียงที่ได้จะไม่มีความดังเบาแตกต่างกันและจะดังเท่ากันตลอด
·
เปียโน (Piano) กระบวนการทำให้เกิดเสียงที่ประณีตโดยใช้ค้อนที่มีน้ำหนักแทนตัวปิ๊ก
แป้นคีย์จะเป็นตัวควบคุมค้อน
และนักเปียโนสามารถควบคุมความดังเบาของเสียงได้ตั้งแต่เบามากไปจนถึงดังมาก
และนักเปียโนสามารถควบคุมความดังเบาของเสียงได้ตั้งแต่เบามากไปจนถึงดังมาก
·
เปียโนไฟฟ้า (Electric Piano) ในขณะที่เสียงเปียโนฟังดูหรูหราและไพเราะ
แต่ก็เคลื่อนย้ายไม่สะดวก เมื่อนักดนตรีเริ่มทยอยใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าในยุคทศวรรษที่ 50
พวกเขาก็เริ่มอยากได้เครื่องดนตรีที่ย้ายไปไหนมาไหนได้เหมือนอย่างกลองชุด จึงเกิดเปียโนไฟฟ้า (และออร์แกน) ขึ้น
แต่ก็เคลื่อนย้ายไม่สะดวก เมื่อนักดนตรีเริ่มทยอยใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าในยุคทศวรรษที่ 50
พวกเขาก็เริ่มอยากได้เครื่องดนตรีที่ย้ายไปไหนมาไหนได้เหมือนอย่างกลองชุด จึงเกิดเปียโนไฟฟ้า (และออร์แกน) ขึ้น
·
เครื่องสังเคราะห์เสียง
(Synthesizer) หลังมีฮาร์ปซิคอร์ดและเปียโนมากว่า 300 ปี
นักดนตรีเริ่มจะคุ้นเคยและถนัดกับรูปร่างของคีย์บอร์ด เมื่อมีเครื่องสังเคราะห์เสียงไฟฟ้า
จึงไม่แปลกที่ยังใช้คีย์บอร์ดรูปร่างแบบเดิม แต่เปลี่ยนคำศัพท์เรียกนิดหน่อย
ในยุคนั้นคนมักเรียกคนที่เล่นคีย์บอร์ดว่า “นักเปียโน” หรือ “นักออร์แกน”
อย่างไรก็ตาม สำหรับเครื่องดนตรีที่มีแป้นคีย์เหมือนเปียโน
แต่ทำให้เกิดเสียงได้เหมือนกับวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าไปจนถึงเสียงร้องของแมวเหมียว คำว่า “นักเปียโน”
จึงไม่เหมาะกับบริบทอีกต่อไป จึงเกิดคำว่า นักคีย์บอร์ด ขึ้น
นักดนตรีเริ่มจะคุ้นเคยและถนัดกับรูปร่างของคีย์บอร์ด เมื่อมีเครื่องสังเคราะห์เสียงไฟฟ้า
จึงไม่แปลกที่ยังใช้คีย์บอร์ดรูปร่างแบบเดิม แต่เปลี่ยนคำศัพท์เรียกนิดหน่อย
ในยุคนั้นคนมักเรียกคนที่เล่นคีย์บอร์ดว่า “นักเปียโน” หรือ “นักออร์แกน”
อย่างไรก็ตาม สำหรับเครื่องดนตรีที่มีแป้นคีย์เหมือนเปียโน
แต่ทำให้เกิดเสียงได้เหมือนกับวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าไปจนถึงเสียงร้องของแมวเหมียว คำว่า “นักเปียโน”
จึงไม่เหมาะกับบริบทอีกต่อไป จึงเกิดคำว่า นักคีย์บอร์ด ขึ้น
ทำความเข้าใจกับแป้นคีย์บอร์ด
1.ดูที่แป้นคีย์. ไม่ว่าคุณจะเล่นเครื่องสังเคราะห์เสียงบนไอแพด
หรือคีย์บอร์ดดิจิตอลวางบนขาตั้ง หรือแกรนด์เปียโนระดับขึ้นคอนเสิร์ต
เครื่องเหล่านี้ล้วนมีแป้นคีย์บอร์ดแบบเดียวกัน
และอาจแตกต่างไปบ้างที่จำนวนคีย์บนแป้น
2.สังเกตว่าคีย์มีอยู่ 2 ชนิด. คีย์ดำกับคีย์ขาว
นี่อาจทำให้สับสนในตอนแรกแต่มีอยู่สองสามวิธีที่จะทำให้คุณจำง่ายขึ้น
·
มีคีย์พื้นฐานอยู่
12 คีย์ ในแต่ละเซ็ตของ 12 คีย์จะมีลักษณะเดียวกับ
12
คีย์ของเซ็ตอื่น ต่างตรงที่อยู่ในช่วงเสียงสูงหรือเสียงต่ำ
คีย์ของเซ็ตอื่น ต่างตรงที่อยู่ในช่วงเสียงสูงหรือเสียงต่ำ
·
คีย์ขาวทุกตัวอยู่ในบันไดเสียง
C เมเจอร์
·
คีย์ดำทุกตัวมีชื่อเรียกอย่างใดอย่างหนึ่งว่า
“ชาร์ป” (#) หรือ “แฟลต” (b)
3.ดูที่แป้นคีย์บอร์ดอีกครั้ง. หารูปแบบโดยเริ่มจากตัว C ที่อยู่ทางซ้ายของรูป มีคีย์ดำเยื้องมาทางขวา
โน้ตตัวถัดไปตัว D มีคีย์ดำกั้นอยู่ทั้งสองข้าง และโน้ต E ที่อยู่ถัดมามีคีย์สีดำเยื้องมาทางซ้าย
โน้ตตัวถัดไปตัว D มีคีย์ดำกั้นอยู่ทั้งสองข้าง และโน้ต E ที่อยู่ถัดมามีคีย์สีดำเยื้องมาทางซ้าย
·
สังเกตรูปแบบของคีย์ขาวสองตัวและคีย์ดำสองตัวซึ่งมีคีย์ขาวตัวหนึ่งอยู่ตรงกลาง
·
หากลุ่มต่อไปซึ่งมีลักษณะการจัดกลุ่มเหมือนๆ
กัน
โดยมีแค่คีย์ดำสามตัวและคีย์ขาวสองตัวอยู่ตรงกลางระหว่างโน้ต
โดยมีแค่คีย์ดำสามตัวและคีย์ขาวสองตัวอยู่ตรงกลางระหว่างโน้ต
F กับ B
4.หาตัว
C ที่อยู่ถัดมาทางขวาของแป้นคีย์.
คุณจะเห็นรูปแบบเดียวกับอันก่อนหน้านี้ ซึ่งจะซ้ำกันในทุกๆ ช่วงคู่แปด (octave)
ของแป้นคีย์ นั่นหมายถึง ช่วงเสียงของโน้ตตัวเดียวกันที่ห่างกันเป็นระยะ 8 ตัวโน้ต
คุณจะเห็นรูปแบบเดียวกับอันก่อนหน้านี้ ซึ่งจะซ้ำกันในทุกๆ ช่วงคู่แปด (octave)
ของแป้นคีย์ นั่นหมายถึง ช่วงเสียงของโน้ตตัวเดียวกันที่ห่างกันเป็นระยะ 8 ตัวโน้ต
5.หาตัว
C ที่อยู่ใกล้กับจุดกึ่งกลางของแป้นคีย์. นี่คือตัว
C หรือ โดกลาง หรือ C3
ตัว C ที่อยู่ถัดมาทางขวาคือ C4, C5, C6, เป็นต้น และตัว C หรือโดที่อยู่ต่ำลงมาเรียกว่า C2, C1, C0.
ตัว C ที่อยู่ถัดมาทางขวาคือ C4, C5, C6, เป็นต้น และตัว C หรือโดที่อยู่ต่ำลงมาเรียกว่า C2, C1, C0.
6.เล่นเพลง. ใช่แล้ว ถูกต้อง ง่ายแค่นี้แหละ!
เริ่มจากโดกลางหรือ C3
จินตนาการว่าตัวคุณกำลังเดินปกติ และในทุกก้าวที่คุณกำลังนึกอยู่ให้เล่นคีย์ขาวตัวถัดมาทางขวามือจนกระทั่งคุณเล่นถึงตัวโดสูง หรือC4 จากนั้นหยุดเล่น โอเค นี่ไม่ค่อยเหมือนเป็นเพลงเท่าไหร่
แต่พื้นฐานทั้งหมดเริ่มต้นที่จุดนี้ เล่นโน้ตเฉพาะตัวตามลำดับเฉพาะและในช่วงเวลาที่กำหนด
นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาคุณเล่นเพลงจากโน้ตเพลง
จินตนาการว่าตัวคุณกำลังเดินปกติ และในทุกก้าวที่คุณกำลังนึกอยู่ให้เล่นคีย์ขาวตัวถัดมาทางขวามือจนกระทั่งคุณเล่นถึงตัวโดสูง หรือC4 จากนั้นหยุดเล่น โอเค นี่ไม่ค่อยเหมือนเป็นเพลงเท่าไหร่
แต่พื้นฐานทั้งหมดเริ่มต้นที่จุดนี้ เล่นโน้ตเฉพาะตัวตามลำดับเฉพาะและในช่วงเวลาที่กำหนด
นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาคุณเล่นเพลงจากโน้ตเพลง
·
เล่นซ้ำอีกครั้ง
เหมือนกับรอบที่แล้ว ให้จินตนาการว่าคุณกำลังเดิน
และในทุกๆ ก้าวให้คุณเล่นโน้ตตัวที่สูงขึ้น คราวนี้มองมาที่โน้ตแต่ละตัว
อ่านจากซ้ายไปขวาก่อนที่คุณจะเริ่มเล่นบนคีย์บอร์ด ทีนี้คุณไม่ใช่แค่เล่นเพลงแต่คุณกำลังอ่านเพลงอยู่!
และในทุกๆ ก้าวให้คุณเล่นโน้ตตัวที่สูงขึ้น คราวนี้มองมาที่โน้ตแต่ละตัว
อ่านจากซ้ายไปขวาก่อนที่คุณจะเริ่มเล่นบนคีย์บอร์ด ทีนี้คุณไม่ใช่แค่เล่นเพลงแต่คุณกำลังอ่านเพลงอยู่!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น